The SocialZa 的个人资料>>Ich bin Ball '''' สำนั...照片日志列表 工具 帮助

日志


4月28日

วันค่าย ส นร วันค่ายสุดยอด

 
 
Src sRc srC
 
สวัสดีจ้า  เพื่อนๆค่ายสนร
 
 ขอต้อนรับเพื่อนใหม่ๆนะ เราชอบค่ายนี้มากๆ ความโหดมีมาก
แต่เราก็ทนได้ เพราะเราโดนโหดมาจนเริ่มชิน  แต่ต้องยอมรับว่า
ค่ายนี้ทำให้เราเจอสิ่งใหม่ๆมากมาย เราหวังว่าเพื่อนๆคงจะรู้สึกเหมือนกัน
ว่าคำว่าเพื่อนคืออะไร ตอนแรกเราไม่ร้องไห้หรอก แต่พอคิดทบทวน
ด้วยคำพูดของบูมก็ทำให้เราร้องไห้เฉยเลย น้ำตาลูกผู้ชายออกมาเอง
มันห้ามไม่ได้นะ เราเพิ่งจะร้องไห้แบบจากใจจริงๆนะ หุหุ
กิจกรรมทุกกิจกรรมมันมากกว่ากิจกรรม เพื่อนๆทุกคนมันมากกว่าเพื่อน
ค่ายนี้มากกว่าค่าย ถ้าจะให้เราพูดเรื่องค่ายนะ ไว้พูดตอนมีตติ้งดีกว่า
เรายอมรับในตัวเพื่อนๆหลายคนมากๆ  ตอนเรียนcs.. นะเรายอมรับว่า
เราไม่เต็มที่ เราขอโทษๆ แต่รอบสองหากเราไม่ได้สายป่านนำนะ
เราทำไม่ได้แน่ๆ วันที่เราเห็นเกวกะหลุ่ยๆโดนทำโทษงะ
เพื่อนผู้ชายก็เห็นแล้วทำไม่ไหวเห็นแล้วอยากช่วยนะ
อยากทำแทนนะ จริงๆ เราซึ้งๆ ซึ้งจริงๆ 
ยิ่งเก้าอี้มนุษย์เราก็ได้แค่ช่วยพัด งะเราเห็นท็อปโก่งตัวมากๆงะ
ตอน3นาทีสุดท้าย เห็นเกวเกร็งเลยละ เฮ้อเห็นแล้วเครียดแทน
หลินและเพื่อนๆคนอื่นๆ เราได้ข่าวว่าปลอดภัยแล้วละ
 
คำคม
 
ทำไมเมื่อมีสิ่งดีเข้ามาในชีวิต
ย่อมมีสิ่งที่ดีของเราจากไป
 
 คล้ายๆกะกฎการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม แต่เราว่าเป็นสัจธรรมนะ
อย่างในเกมเก้าอี้มนุษย์นะ หากเราลงมือทำ ใช่ว่ามันจะลงตามแผนไป
ทุกอย่าง แต่หากผลที่ออกมาได้สำเร็จก็ถือว่าเราทำได้จริงๆ
คำคมนี้ไม่เกี่ยวกะเรื่องเก้าอี้มนุษย์หรอกแต่แค่อยากระบายนะ

 
ปล(P$)
 
แล้วเจอกันนะเพื่อนๆ เราแค่บอกว่าใช่ว่าค่ายนี้จะดีไปทุกอย่าง
แต่อย่างมีดีและไม่ดีปนกัน เราไม่หวังให้เพื่อนๆมาด่าหรือหาข้อเปรียบเทียบ แต่ขอให้จำสิ่งดีๆไปใช้ และจำสิ่งไม่ดีไปไว้ว่าอย่าทำตาม
เท่านี้ละจ้า แล้วเจอกันวันเสาร์ที่6พค.นี้ วันmeeting ที่โรงเรียนเราเอง
โรงเรียนวัดราชบพิธ ตอน10โมงเช้าไปเจอที่ตึกข้างๆทางเข้ารร.
ตรงที่วันออกเดินทางพี่เขาวางของไว้เยอะๆนะ 
 มีคำสั้นถึงรุ่นพี่src
"ซึ้งในสิ่งที่พี่ทำให้ ซึ้งในสิ่งที่พี่ให้ทำ"
ขอคุณอำนาจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราต่างนับถืออำนวยให้
เพื่อนๆอาการดีขึ้นเร็วๆนะ จะได้กลับมาเจอกันใหม่อีก
see you then. 
i'm going to join. ma tena.

 
แล้วเจอกันนะ
ภาสวร สังข์ศร
 
 
 
 
4月23日

ค่ายกรรมการนักเรียน.......แค่คืนเดียว

 
 
 
วันค่ายที่โรงเรียน
 
 
     วันพฤหัสบดีที่ผ่านมานั้นเราได้ไปเข้าค่ายกรรมการนักเรียนที่โรงเรียน
ด้วยละ ตอนเช้าไปถึงที่โรงเรียนก็มีคนมาพอสมควรแล้ว
ตอนแรกก็ขึ้นไปเก็บกระเป๋าที่ห้องจริยธรรม ตอนเช้ากว่าจะเริ่มกิจกรรม
ก็ล้าช้าไปกว่าที่กำหนดการไว้แต่ตอนแรก  พอเริ่มพิธีก็มีผอ.มากล่าว
ให้คำแนะนำ และมีครูท่านต่างๆมาแนะนำเรื่องเอกสารและเรื่องหน้าที่และ
การปฎิบัติให้เป็นกรรมการนักเรียนที่ดี เซ็ง เรื่องการทำเอกสารเลยไม่ได้ทำเลย มีแต่ฟังคำครูพูดซึ่งมักจะมีความหมายขัดกะครูอีกคน
(มิน่าโรงเรียนถึงได้มีปัญหาเล็กๆน้อยๆ)
แต่มีประโยคหนึ่งของครูคนหนึ่งที่พูดว่า"ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ"
ประโยคนี้ประหลาดนี้ แต่ก็ทำให้เรารอดจากสถานการณ์ต่างๆ
ได้จริงๆนะอิอิ แต่ความหมายจริงๆแล้ว
มันหมายถึงว่าการแสดงออกทางหน้าตาให้เหมาะกับสถานการณ์
แล้วจะทำให้เราสามารถอธิบายหรือปรับความเข้าใจกับอีกฝ่ายได้
อย่างราบรื่น เช่น หากเราทำงานผิดพลาด แล้วเจ้านายโมโห
หากเราจะเข้าไปเผชิญหน้าแบบตรงๆ รับรองว่าตายแน่ๆ
แต่เราต้องทำเป็นยอมเขาแล้วยิ้มแย้มเข้าไป ยิ้มๆแล้วพูดแถลงแก้ไข
ด้วยความสุภาพนอบน้อม รับรองว่าเจ้านายยอมเราแน่ๆ
แต่แปลกสิ่งหนึ่ง คือ ตอนทานข้าวกล่องมื้อกลางวันและมื้อเย็น
ทำไมในข้าวกล่องต้องมีถุงน้ำปลามาทุกทีเลย เค็มสมชื่อจริงๆ
หุหุ จากนั้นเราก็ไปอาบน้ำที่ห้องน้ำชั้น2 หน้าห้องสมุด
มีแค่2ห้องอาบน้ำเอง ตอนแรกเกือบได้เดินไปอาบน้ำที่สระว่ายน้ำแล้ว
ถ้าเราไปกับหมูนะ รับรองว่าขนลุกตั้งแต่ยังไม่เดินเข้าสระด้วยละ
เพราะแถวนั้นมืดมากๆ จากนั้นเราก็ไปเล่นกิจกรรมต่อ
กิจกรรมนี้เราชอบมากๆ วิธีการเล่นนะ
หากระดาษมา3ใบ แล้วเขียนนิสัยของคนที่เราชอบ
อีก2ใบเขียนนิสัยของคนที่เราไม่ชอบ  จากนั้นก็ส่งให้คนอื่นทั้ง3ใบ
จากนั้นก็ให้ทุกคนเปิดกระดาษอ่านนิสัยที่ตนได้มา
จากนั้นก็มีสิทธิแลกนิสัยกะคนอื่นได้ แลกอย่างฮา
มีเพื่อนบ๊องชื่อ เต้ มันดันเขียนว่า ดีเซล ไฮเดอริกซ์ ไอน้ำ
ตอนนั้นเราแลกไปมาได้ ไฮเดอริกซ์ เราละงง ว่าเราตาฝาดไปป่าววะ
งงมากเลยเปลี่ยนไปเลย ตอนหลังเลยรู้ว่าเต้มันเขียนถึงอะไร
มันเขียนถึงรถไฟที่ใช้เชื้อเพลิงต่างกัน ขนาดครูที่มาสอนเล่นเกมยังขำ
เมื่อรู้ความจริง ขนาดกายท่านรองยังโดนแซวเลยอิอิ
เพราะได้กระดาษที่เขียนว่า ไม่น่ารัก กะโง่ และก็โง่ อิอิ แสดงว่าโง่จริงๆ
55555+ ล้อเล่นนะกาย  ส่วนเราได้คิดตรงข้าม อันนี้เราว่าไม่เป็น
นิสัยแย่นะ แต่ก็ได้ ไม่น่ารัก และก็ ไม่น่ารัก อิอิ แสดงว่าไม่น่ารักจริงๆ
ไม่น่ารัก แต่เร้าใจนะ555 แล้วเราก็ถึงเวลานอน
เราอุตส่าห์ลงทุนเอากระดาษที่ได้คำว่าคิดตรงข้ามมาเขียนว่า
นมดัชมิลฝากเพื่อนให้ไปซื้อนะ รอตั้งแต่5ทุ่มถึงเกือบเที่ยงคืน
ปรากฎว่าไม่มี เราก็เดินกลับมาด้วยความเศร้า ปรากฎว่ากระดาษนั้น
ตกอยู่บนโต๊ะที่เรายืนคุยกะเพื่อนที่จะซื้อของ ซะงั้น
คืนนั้นก็หลับลงตื่นอีกทีด้วยเสียงนาฬิกาปลุกใครก็ไม่รู้
แต่ก่อนเสียงจะดังเหมือนรู้สึกว่ามีคนมาพูดว่าตื่นได้แล้วแต่หน้าตาเหมือนรุ่นพี่ที่มาคุมเลย สงสัยจะฝัน อิอิแล้วเราก็นอนซักพักก็ตื่นไปอาบน้ำกะเพื่อนๆ แล้วก็เดินในมุมมืดๆของโรงเรียนดู ที่แท้แสงสีส้มๆจากที่ไกล
ก็คือแสงจากเสาไฟสูงนี่เอง ซะงั้น5555 นึกว่าอะไร แล้วก็ชมวิว
เห็นวัดโพธิ์ด้วยละ สวยๆมากๆมีไฟสะท้อน แล้วพอฟ้าสว่าง
ท้องฟ้าสวยจริงๆ แล้วเราก็ได้เสื้อกรรมการ ที่เขียนว่า
ก็กน.นี่หว่า แล้วเราก็กลับบ้านก่อน เพราะแม่เราไม่ให้เราไปโคราช
กะเพื่อนๆนะ เพราะมันไกลมากๆ จบข่าวๆววว

 
 คำคม(กรณีพิเศษ)
 
                           ปัญญา ทำให้คน เข้มแข็ง
                              เวลา ทำให้คน เชี่ยวชาญ
                                 สถานการณ์ ทำให้คน รู้จักแก้ไข
                       ..             
                                 การตัดสินใจ ทำให้คน รู้ว่าถูกหรือผิด
                              ความคิด ทำให้คน เป็นเลิศทางปัญญา
                           การพัฒนา ทำให้คน มีคุณภาพ      
 
 
จาก คุณครูวิทยากรพิเศษ คุณครูสุภาพ ล่ำซัม(หากเขียนผิดก็ขออภัยนะครับ ) คุณครูจากโรงเรียนเทพสิริณทร ท่านได้เป็นผู้ให้เล่นเกม
กระดาษนิสัยนั้นเองละครับ กิจกรรมนี้ผมและเพื่อนๆชอบกันมาก
และต้องขอขอบคุณนะครับที่ท่านได้มอบหลักการพัฒนาตน
ซึ่งเรานำมาเป็นคำคมในวันนี้นี่เอง ซึ่งเวลาที่ท่านใช้ในการอธิบายนั้น
ท่านขอ2นาทีแต่ความเป็นจริงใช้ไป32นาที อิอิแต่คุ้มค่าจริงๆครับ

 
ปล. แล้วๆ(เรียกทันสมัยๆว่า P$)
 
 วันพรุ่งนี้เราก็จะไปเข้าค่าย ส นร.แล้ว หวังว่าจะมีคนมาเยี่ยมสเปซเราบ้างนะ ใครคิดถึงเราก็เม้นนะ คิดถึงมากๆก็เม้นเยอะๆอิอิ
รักคนที่มาเม้นนะครับ อิอิ บายๆนะแล้วหลังค่ายจะมาเล่าให้ฟัง
ส่วนเรื่องของวันเสาร์ที่แล้วนู่นเราลืมไปแล้วนะโทษทีนะ
คนขี้ลืมงะ อิอิบายๆ อย่าลืมเม้นนะคนสวยคนหล่อ คนน่ารักทั้งหลาย

4月16日

วันสงกรานต์ที่พัทยา

 
 
สงกรานต์'s days.
 
 
ลุยทิศบูรพา
 
 
 สงกรานต์ปีนี้ เราไปเที่ยวที่พัทยาละ โดยเริ่มออกเดินทางตั้งแต่9โมง
ก็ไปแวะทานเลือดหมูนะ คนเยอะมากๆ แล้วก็ขึ้นทางด่วนแล้ว
ก็ไปขึ้นทางยกระดับที่จะไปพัทยาต่อ
เห็นเขาบอกว่าจะฟรีไม่ใช่รึ ไงเสียเงินละ ซะงั้น
แล้วก็แวะไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน บางแสนคนเล่นน้ำ
เยอะมากๆ เราก็เข้าไปดูนะ บัตรคนไทย30บาทเอง ปลาก็เยอะ
ถ้าเทียบกันแล้วพอๆกับที่สยามพารากอนแระ แต่แค่ไม่มีอุโมงค์ทะเลเอง
แต่ปลาก็ตัวใหญ่พอๆกัน  แล้วก็ไปทานก๋วยเตี๋ยวปลาที่ร้านญาติแม่เรา
แถวๆก่อนถึงตลาดหนองมนนะ แล้วก็ขับไกลไปถึงที่พักเลยละ
ที่พักชื่อ เนเชอรัลปาร์ค ห้องนอนนะพอประมาณ แต่ญาติเราที่เขาแนะนำ
บอกว่ามีห้องนั่งเล่นด้วยนะ แต่แปลกดีไง โต๊ะนั่งเล่นมันอยู่ในห้องนอนละ
เหอะๆ ตอนเย็นก็ไปกินอาหารที่ร้านชายเล คนเยอะมากๆ อาหารก็ใช้ได้
แปลกมากคือส้มตำ จานละ50บาท มหาโหด แถมไม่อร่อยด้วยเลย
แล้วก็มาถึงพัทยาทั้งทีก็ยังอุตส่าหืไปซื้อของที่โลตัสอีกนะ
อ๋อที่แท้เรามาพัทยา เพื่อจะมาเที่ยวโลตัสนี่เอง เอ้ยไม่ใช่ มาซื้อของ
ตอนแรกก็เดินห้าง outletที่ใกล้ๆกัน ก็มีแต่เครื่องแต่งกายนะ
เห็นมีขายแต่ชุดที่มีสัญลักษณ์ของ man u ทำไมวะ ถึงไม่มีของliverpool
เห็นแล้วก็สวยดี แต่พอเห็นรูปโลโก้ของman u ก็ไม่น่าซื้อเลย อิอิ
ก็เราเชียร์หงส์แดงไง   แล้วก็ไปเข้าโลตัส คนเยอะอีกแล้ว
ญาติเราซื้อขนมปังที่คล้ายกะโรตีบอยนะ แต่มันเป็นของโลตัส
กินแล้วปวดท้องเลยแย่มากๆ  แล้วก็กลับไปที่พัก
ก่อนนอนก็ส่งข้อความไปหาจูนด้วยละ คิดถึงจูนยังไงไม่รู้
เมื่อจูนบอกว่าเอเอฟเอสโทรมาบอกว่าเขาได้ไปเยอรมัน
ตอนแรกที่จูนบอก เราดีใจมากๆเลยละ เหมือนว่าได้ไปเองซะงั้น
แต่อีกใจก็เศร้างะ เพราะเราต้องคิดถึงจูนขึ้นมากๆเลยละ รู้ไหมจูน
เป็นไปได้เราอยากจะรีบๆสอบเอเอฟเอสแล้ว สอบให้ติดเยอรมัน
ภาคทวีปใต้จะได้ไปหาจูนเลยละ แต่ไม่รู้จะทำได้รึป่าว
เพราะเราก็อยากไปญี่ปุ่นกับจีนมากกว่านะ และที่สำคัญกว่านั้นคือ
ไม่รุ้ว่าเราจะสอบติดเลยรึเปล่านะซี อิอิ
ส่วนข้อความที่เราส่งไปก็คือ ฝันดี พักผ่อนนะจะได้มีแรงเที่ยววันพรุ่งนี้
และก็บอกว่าคิดถึง สักพักจูนก็ตอบกลับมาว่า thank na 
เราก็ดีใจนะ เลยตอบไปว่า อืมๆ ทำให้คืนนั้นเราหลับฝันดีเลย
 
 

 
วันศุกร์ที่14เอง เราเชื่อว่าวันนี้เป็นวันที่ร้อนมากที่สุด แต่ความจริงแล้ว
มันร้อนทุกวันละประเทศไทยอิอิ
ตื่นมาก็ไปทานอาหารเช้า อาหารเช้าโรงแรมน้อยมากๆ
แล้วก็เริ่มออกเดินทางไปวัดเขาสุกิม โหไกลสุดๆ ระหว่างทางหลานแพรว
โทรมาด้วยละ เขาโทรมาให้เป็นที่ปรึกษาอีกแล้ว ความจริงเขาก็มาพักที่
ระยองละ แล้วรถที่เรานั่งอยู่ก็ขับผ่านระยองด้วย ไกลมากๆ too far
แล้วพอมาถึงที่วัดเขาสุกิมที่จันทบุรีนะ ก็ต้องเดินขึ้นบันไดอีก
เพราะรถกระเช้าที่ให้นั่งนะ เขาขึ้นไปนั่งมากแล้วละ
ตอนเดินขึ้นนะหน้ามึนเลย ร้อนมากๆ แม่เราดูท่าจะมึนมากๆเลยละ
เลยพักที่ข้างบนนะ พอทุกคนขึ้นมากันครบ ก็ไปไหว้และชมพิพิธภัณฑ์
พระพุทธรุป และของโบราณ ของเก่าๆ มีมือถือโนเกีย
รุ่นที่ปาหมาตัวแตกด้วยละ อิอิ ชมหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อพระสงฆ์รูปต่างๆด้วยละ
สวยมากๆ ระวห่างนั้นก็เจออี๋หมวยเล็กแม่ของแอน ญาติเราเองละ
แอนก็คือญาติคนที่เราเคยเจอตอนไปงานสัปดาห์หนังสือกะเกมนะ
แล้วเราก็ไปไหว้รับสายสินญน์จากพระท่าน แต่ท่านผูกด้ายสายสิญจน์
ให้เราเลยละ ปลื้มใจมากๆ  แล้วก็ไปชมวิวที่ชั้นบนสุด สวยมากๆ
มีรูปให้ดูตอนท้ายด้วยละ แล้วก็ออกมาจะไปหาที่กินอีกแล้ว
เพราะว่าลักษณะการเที่ยวของญาติๆเรา คือหาที่กินไว้สำคัญก่อน
เลยขับไปหาดที่อำเภอท่าใหญ่ ปรากฎว่ามาติดที่ทางเข้าหาดเพราะ
คนเล่นน้ำสงกรานต์กัน โหเซ็งเลย ขับรถเข้าถนนนี้มาต้อง20กิโล
ต้องวนออกไปอีกหาด หาดนั้นไม่คนขับรถเข้าเลย น่าสงสัย
และแล้วก็รู้ว่าเหตุใด คนถึงไม่เข้า เพราะถนนทางเข้าเป็นหลุมบ่อ
ไปหมดเลย พอขับเลยทางเข้าแล้วจะขับไปถนนสุขุมวิทถนนใหญ่
ก็ยังเจอถนนที่เป็นหลุมบ่ออีก โอ้ยนี่ลำบากมากๆ ขับไปแซงไม่ได้เลย
เพราะต้องระวังแต่หลุมละ แต่มีรถคันหนึ่งที่มีชายซ่าจะสาดน้ำใส่รถ
แต่มันรอตอนที่รถเราจะแซงคันเขา เห็นเขาตั้งท่าอยู่นาน
พอจะแซงก็ยกขันขึ้นมา ก็เลยไม่แซง แต่พอนานเข้า เขาเลยวางขัน
ตอนนั้นเองประจวบเหมาะที่รถอีกเลนส์ไม่สวนมา เลยแซงซะเลย
ชายที่ตั้งท่าสาดน้ำมาไม่ทัน น้ำเลยโดนแค่กระจกข้างเท่านั้นเอง
พี่เอกคนขับและเราพูดพร้อมกันว่า ช้าไป  แต่เราพูดลืมคำว่า ต๋อย ไป
ไม่งั้นจะได้พูดคำว่า ช้าไปต๋อย  อิอิ หิหิ แต่เราอยู่ที่เมืองจันทบุรี
เขามีสำเนียงเฉพาะของคนภาคตะวันออก คือคำว่า หิ
ฉะนั้นเราต้องอุทานตอนนั้นว่า  ช้าไปต๋อยหิ ถึงจะถูกใช่อ่าป่าวหิ
อิอิหิ   โทษทีติดลมใส่มุขมากไปนะหิ เอ้ยพอแล้วๆ.........หิ
(แอบมีแถม) มากลับมาเป็นภาษาไทยภาคกลางดีกว่า
แล้วก็ไปแวะทานอาหารจีนที่ร้านเจ็ยงนะ ปรากฎพี่ปิงคนขับรถอีกคัน
โดนท้องเสีย เลยขับรถไม่ไหวแล้ว เพราะขับไปสักพักท้องเสียกะอ้วก
ไปตลอดทาง  แย่เลยกู๋ตี้พ่อของพี่ปองต้องมาขับแทน
แต่ตอนจะขับไปขึ้นมอเตอร์เวย์ชลบุรี ดันขับเข้าผิดช่องไป
ดันไปเข้าช่องเข้าอำเภอเมืองระยอง ซะงั้น แต่ก็ดีที่ได้แวะซื้อยาของพี่ปอง
ระหว่างที่ขับในตัวเมือง พี่ปองก็อ้วกหนักในถุง
จนต้องแวะจอด พอดีมีคนเจ้าถิ่นเมืองระยองพูดแนะนำว่า เข้าโรงบาล
ดีกว่า อาหารเป็นผิดไว้ใจไม่ได้ ... (อ้าวไงไม่มีหิละ สงสัยเป็นคนกรุงเทพ
จึงไม่มีสำเนียงภาคตะวันออกอิอิ) เสร็จแล้วก็กลับถึงที่พักในเวลา3ทุ่ม
ระหว่างทางเราก็ส่งข้อความไปหาจูนซะยาว ว่าเที่ยวสนุกไหม
เล่าให้ฟังบ้างนะ พี่เกียงญาติเราที่นั่งข้างๆถามว่าส่งข้อความหาใคร
เราก็ตีหน้าเท่ เอ้ยหน้าตลกเล่าความเท็จ
(เขามีแต่เพลงตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ)
โดยเล่าไปว่า เรื่องงานนะครับที่โรงเรียน ผมเป็นกรรมการนักเรียน
เลยต้องบอกงานเพื่อนๆ อิอิ ไปงั้นได้ อิอิ
แต่ก็ดีแล้วที่พี่ปองอาการดีขึ้นกว่าตอนแรก 
 เรานอนหลับไปซักพักใหญ่อยู่ดีๆก็นอนไม่หลับ
เราไม่กล้าหันไปทางซ้ายเพราะเป็นประตูกลัวเจอผี แต่ใจมันสั่นกลัว
ตายเป็นตายวะหันๆไปดูจะได้เลิกกังวล นับ1 2 3หันไปดู
ไม่มีอะไรเลย นอนต่อข่มใจให้หลับ พอจะหลับได้ .....ได้ยินเสียง
เสียงคุณแม่ละเมออยู่อีกเตียง และนี้ก็คือเรื่องผี ชื่อว่าเรื่องผีคิดไปเอง
อาจเป็นเพราะว่าจูนไม่ส่งข้อความมาตอบละมั้ง คิดถึงเช่นเดิม

 วันเสาร์แล้วๆ วันที่15เมษายน วันกลับบ้าน
วันนี้เราจะได้กลับบ้านแล้ว ตื่นเช้ามาก็สายนะ ตื่นขึ้นมาเพราะเสียง
โทรทัศน์ที่คุณแม่เปิด แล้วก็ไปกินข้าว แล้วก็ไปเล่นน้ำทะเลกับน้องโบ
แสนซน เล่นไปมา ไปโดนขาโบถีบเตะน้ำเข้า แว่นน้ำที่สวมหัวอยู่
หายไปเลย น้ำก็ขุ่น แถมเลือดกำเดาดันไหลออกมา แย่เลย
โบมันดันมาว่าอีกว่าโง่จริงๆ เราก็งมหาแว่นแต่ไม่เจอเลย
ก็เลยยอมขึ้นฝังไปบอกแม่ว่าทำหาย แม่ก็ไม่ว่าอะไร
แล้วก็ไปเล่นสระว่ายน้ำต่อ  สนุกดีแต่คลอรีนในน้ำมันทำให้เรา
ค่อนข้างจะแสบตากะจมูกละ แต่ก็สนุกดีได้ว่ายน้ำ จากที่ไม่ได้เล่นน้ำ
ตั้งหลายเดือน แล้วก็ไปอาบน้ำที่ห้อง ตอนนั้นฝนตกด้วย
เลยต้องรีบเดิน เสร็จแล้วก็เก็บของออกเดินทาง ไปกินส้มตำป้าประไพ
คนเยอะมากๆ ส้มตำเผ็ดอร่อยดี ตอนแรกมานั่งนะ ยังไม่ได้สั่งอะไรเลย
เห็นคนยกไก่ทอดมา เลยหยิบไป2จาน อิอิ แล้วพอเราสั่งอาหารนะ
ทุกอย่างมา แต่ข้าวเหนียว6ที่ที่สั่งยังไม่มาเลย โต๊ะข้างๆเราได้หมดแล้ว
เซ็ง ปลานึ่งมะนาวก็ไม่ได้ เซ็ง กู๋ตี้เลยพูดว่าสงสัยไปบอกสั่งว่า
ข้าวเหนียว6(หก)(หมดแล้ว)เลยไม่ได้กิน ต้องสั่ง5ไม่ก็7ถึงได้กิน
โอ้ย มุขรับประทานๆ แล้วตอนที่บอกพนักงานไปว่าข้าวเหนียวยังไม่ได้
พนักงานบอกว่าไหนละบิล อะไรนี่บิลไม่เห็นมีคนให้เลย
โต๊ะอื่นก็ไม่มี กู๋ตี้เสียบมุขอีกแล้ว บิลไม่มีมีแต่จักรพันธุ์
(บิล บันลือฤทธิ์ กับ จักรพันธุ์ บันลือฤทธิ์เป็นพี่น้องแฝดกันซะงั้น)
มุขรับประทานๆๆ เอาไปทานแทนข้าวงเหนียวคงจะไม่ได้ อิอิ
ทานเสร็จก็ประมาณ4โมงเย็น ว่าจะไปสวนเสือศรีราชากับ
สวนสัตว์เปิดเขาเขียวก็เลยไม่ได้ไปเลย  แต่แวะที่ตลาดหนองมน
คนขายข้าวหลามกวนประสาทมากๆ แม่เราบอกว่าขอข้าวหลาม
กระบอกใหญ่7กระบอก100บาทได้ไหม แม่ค้าบอกว่ามีขายที่ไหน
แถมพอเราเดินออกไป ยังมีเสียงประชดพูดอีกว่า 7กระบอก100
เรานึกในใจร้านนี้เจ๊งแน่ๆ  ญาติเราเขาก็ซื้อกระบอกข้าวหลาม
อีกร้าน เขาบอกว่าขอข้าวหลามไส้ข้าวเหนียวดำ10กระบอก
แต่ดันได้ข้าวเหนียวดำแค่3กระบอก ญาติเราก็ทวง
แม่ค้าบอกว่า สีดำหมดนี่ พอแม่ค้าดูก็พูดว่าเปลียนไม่ได้
เพราะทุบข้าวหลามไปแล้ว จะเปลี่ยนให้แค่2กระบอกซะงั้น
ที่เหลือ5กระบอกไม่เปลี่ยน และนี่คืออีกร้านที่ควรจะเจ๊ง
อุตส่าห์เดินเข้าไปถึงตลาดนัดข้างใน แทนที่จะขายให้ดีๆ
กลับมาทำแบบนี้ มิน่าคนถึงไม่เดินมาซื้อ รู้แบบนี้ซื้อแต่ข้างนอก
ซะก็ดี แต่ร้านขายขนมหม้อแกง ขายปลาไม่เป็นนะ
สงสัยคงนึกว่าข้าวหลามที่อื่นไม่มีขาย ความจริงเขาซื้อเพราะ
เป็นทางผ่านเท่านั้นเอง  จากนั้นก็ไปทานข้าวต้มปลาที่ใน
อำเภอเมืองชลบุรี จนอิ่มก็เดินทางกลับบ้าน พอขึ้นทางด่วน
ไม่ถึง30นาทีก็ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
พี่ปองพอถึงบ้านด้วยสปิริตรีบปีนกำแพงบ้านเข้าไปเข้าห้องน้ำ
เยี่ยมจริงๆ อิอิ และขนมชั้นและบะบิ่นที่ซื้อมาดันไปสลับกับ
ถุงขนมหม้อแกงของญาติเรา กลับกลายเป็นว่าเราได้ขนมหม้อแกง
มา2ถุงเต็มๆ อิอิเพระแม่เราก็ซื้อขนมหม้อแกงไว้อยู่แล้วแต่แรก1ถุง

 
คำคม (again)
  the more one gets, the more one wants.
ยิ่งคนได้ คนยิ่งต้องการ เปรียบดังความโลภ
ซึ่งจะนำไปสู่ดังความในสำนวน โลภมากลาภหาย
แต่เราควรทำสำนวนนี้
 the more one gets, the more one does work more .
ยิ่งคนได้  คนยิ่งทำงานมากทวีขึ้น
เพราะผลงานจะได้สำเร็จมากขึ้นไป
เราไมได้ทำงานเพียงผลงาน แต่เราควรทำงาน
เพื่อประสบการณ์อันมีค่าละหาซื้อไม่ได้
เป็นบทเรียนที่เรามีเพียงคนเดียวในโลก
ไม่มีตำราใดจะมาเปรียบเหมือนเท่าประสบการณ์ชีวิตคนหนึ่งคน

ปล.(ปัจฉิมลิขิต)
หวังว่าเพื่อนๆทุกๆคนจะมาอ่านกันนะและเล่าเรื่องในวันสงกรานต์ด้วยนะ
สงกรานต์ปีนี้แม้เราจะรู้ข่าวว่าจูนจะไปเยอรมันในเดือนสิงหาคมนี้ก็ตาม
เราว่าอีกไม่นานก็จะถึงวันนั้นละ เราดีใจนะที่จูนได้ไป  
เราดีใจมากๆเหมือนว่าตัวเราได้ไปซะเองนะ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน
แปลกจริงๆนะ แต่ยังไงบอลก็ยังคิดถึงจูนนะ ซึ่งแม้แต่เหตุผลที่เราคิดถึง
นี่เราก็ยังไม่แน่ใจตัวเองเลยว่าความคิดเราถูกหรือผิดนะ อิอิ
เป็นไปได้ก็อยากให้จูนเข้ามาอ่านแต่เราก็รู้ทั้งรู้ว่าจูนไม่ชอบอ่าน
สเปซของบอลอยู่แล้วนี่ แปลกจริงๆนะเรานี่ อิอิหิ(คำว่าหิออกมาได้ไงนี่ )
แต่เมื่อเช้าที่คุยกะจูนในเอ็ม ขอบใจนะที่เตือนบอลว่าเป็นผู้ชาย
อย่าติดแม่ให้มาก ขอบใจนะ เกิดมาเพิ่งมีสาวน่ารักมาเตือนก็ครั้งนี้ละ
อิอิ
ปล.ที่2
ต้องขอบคุณน้องโบว์นอ้งรักของพี่ที่วันก่อนช่วยซ่อมเมาส์ให้นะจ้า
อิอิ มันบังคับมาให้บกในเอ็มไม่งั้น มันจะฆ่าเรา อิอิ 
ขอบคุณครับและสวัสดีปีใหม่ไทยครับ
ภาสวร สังข์ศร

 
 
 
 
 
 
 
 
 
4月8日

ก่อนถึงสงกรานต์ ก็คือหน้าร้อนสุดๆ

 
 
 
เมษาหน้าร้อน
 
     1สัปดาห์เต็มๆที่ไม่ได้มาอัพสเปซเลย เพราะมีแต่คนบ่นว่าเราอัพอะไร
มากมายนักหนานะ เราก็เลยจะพยายามสรุปย่อๆนะจ้า

    วันจันทร์ที่3 เมษายน
 ก็ไปงานสัปดาห์หนังสือกะคุณแม่และน้อง ซึ่งน้องเราขอแยกไปเที่ยวกะเพื่อนของมันเอง เราซื้อมากไปเลยละ 555+ 2พันกว่า
มีแต่ประวัติศาสตร์ ซื้อมาแล้วต้องอ่านๆ

     วันอังคารที่4เมษายนกะวันพุธ(วันเชงเม้ง)
       วันอังคารก็ไปไหว้อาม่ากะอากงก่อน
แล้ววันพุธก็ไปเชงเม้ง ร้อนมากๆๆเลย
ขากลับมาฝนดันตกอีก แทนที่จะตกตอนเมื่อวาน
อากาศจะได้เย็นๆ

       วันพฤหัสกะวันศุกร์แห่งงานสัปดาห์หนังสือที่ศูนย์สิริกิติ์
ไปกะเพื่อนที่นั่นอีกแล้ว ศูนย์สิริกิติ์ ใช้บริการรถไฟใต้ดินจนเซ็ง
วันพฤหัสแล้วขากลับได้ตะลอนไปต่อรถไฟฟ้าbtsไปอนุสาวรีย์ชัยฯ
ไปสมศรี(แหะๆ)สถานที่แห่งประวัติศาสตร์ของเรา ว่าจะไปหาเพื่อน
นั่นแน่ไม่ใช่เธอคนนั้นหรอก ไปหาจูน(เพื่อนตอนสอบเอเอฟเอส)นะ
แต่ดันลืมถามว่าเรียนตึกไหนซะงั้น ไปถามเรื่องงานแนะแนวน้อง
เขาเห็นเราหน้าแก่นึกว่าเราจะมาเป็นพี่แนะแนวรุ่นน้องซะงั้นนะ
แล้วก็กลับบ้าน ขากลับผ่านงานกาชาดด้วย แต่เหนื่อยแล้ว
  วันศุกร์ก็ไปกะมิกเพระมิกไปไม่ถูกนะ นัดที่จุฬาฝั่งสระใหญ่
เราก็รอสาย508หน้าร้านตัวเองแท้ๆ ไม่มาซะทีเลยยย
เลยยอมเสียค่าแท็กซี่ ไปที่จุฬาก็เดินวนๆ กว่าจะเจอกันไปสถานีสามย่าน
ไปเดินจนเจอแอมกะน้องวิว(เพื่อนของแอมนะ) ไปกินแบล็กแคนย่อน
ด้วยกันเลย แล้วก็แยกกะน้องวิวกะน้องกันย์(รุ่นน้องที่รบ.)
ไปที่ตึกrsกะมิกและแอม ไปส่งงานพิมพ์พิเศษของพวกมันนะ
กว่าจะโหลดได้จากเมล์อีก ปาไป1ชั่วยาม เอ้ย1ชั่วโมง กลับบ้าน
ก็ไปนัดเจอแม่ที่แม็คโครบางกระบือ กว่าจะถึงปาไป1ชั่วโมงครึ่ง
เหนื่อยมากๆ ถ้าไม่มีรถไฟฟ้านะ เที่ยงคืนแน่ๆ
ระหว่างทางเดินลงจากอนุสาวรีย์ชัยฯ เจอคนหน้าคล้ายจูนด้วย
(สงสัยเราจะเหนื่อยจนบ้าไปเลยเพ้อมองไปนั่น)และแล้วก็ถึงบ้าน
พร้อมกะแม่ที่รอเราที่บางกระบือนะ


คำคม
 
มีด อิอิ คมไหม
 
ล้อเล่น
 
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว
หรือ ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นแล
คล้ายกะการลงทุน ที่เราใช้ความพยายามมากเท่าใด
กำไรหรือความดีผลของงานจะได้กลับมากทวีผลเท่านั้น

 
ปัจฉิมลิขิต(ปล.)
 
ไว้ค่อยจะเขียนของวันเสาร์นะ กลัวเยอะเกิน
 
 
ขอบคุณครับ
ภาสวร สังข์ศร 
 
 
 
 
4月2日

เมื่อวานวันแห่งการโกหก วันนี้วันแห่งการเลือกตั้ง

 
สองวันของเดือนเมษายนหน้าร้อนๆ
 
 
  ไม่ได้มาเล่าซะนานเลยละ ก็ทำงานเหนื่อยนะ ต้องขอโทษที่ไม่ได้ทำ
ผ่านไปแปปเดียวก็ครบรอบสเปซเราเป็นสัปดาห์ที่สองแล้วนะนี่
ทำไมเวลาผ่านเร็วจัง  แล้วท่านผู้อ่านละคิดเหมือนผมไหม

 
เมื่อวันเสาร์นะ วันแรกของเดือนเมษายน เราไปเที่ยวศูนย์ประชุมสิริกิตละ
ไปงานสัปดาห์หนังสือ กว่าจะไปกันได้ตั้ง10.30น.ทั้งที่นัดกันไว้9โมง
แบบว่าเราก็มาช้าละอิอิ แต่มาถึงก็เจอเกมเพื่อนที่ชวนเรามาเองละ
มานก็ชวนเราไปเล่นเกมรอเพื่อนก่อน เราบอกว่าจะไป ขอไปทานข้าวก่อน
ทานเสร็จก็เดินไปเล่นเกมกะมาน ไม่น่าเล่นเลย แพ้อย่างอุบาด
เราเล่นลิเวอพูลนะแต่มานเล่นarsernal รอบนั้น6-0 เราละ0 เซ็ง
รอบ2เลยเปลี่ยนreinaเลย เผื่อว่าgoalเราจะดีขึ้น แต่กลับโดนไปเลย7-0
เซ็ง บอลขอโทษจูนด้วยนะที่ทำให้หงส์แดงของจูนแพ้อย่างคาดไม่ถึงงะ
แต่ที่แค้นคือ เกมมันเรียกชื่อเจอราดผิดละ

จากนั้นก็พบกะเพื่อนๆห้องหนึ่งอีกมากเลยละ แต่แป๊ะดันบอกกะพวกเราว่า
มานปวดหัวขอไปซื้อยาก่อน เดี๋ยวค่อยตามไป เกมก็พูดว่า ฝั่งตรงข้ามก็มี
ร้านยา แป๊ะรีบพูดเป็นปวดท้องด้วย เกมถามว่าอยากเข้าห้องน้ำหรอ
แป็บอกว่าไม่ช่าย ท้องเสียนะ (แล้วมันต่างกันตรงไหนวะ)
เลยปล่อยๆเขาไป พวกเราก็ขึ้นรถเมล์ปอ517มั้งไปหัวลำโพง
ไปรอแป๊ะให้มาลงรถไฟฟ้าใต้ดินด้วยกัน เป็นครั้งแรกนะที่เราขึ้นรถไฟ
ใต้ดิน เอ้ยมานต้องลงซี้ เพราะอยู่ใต้ดิน (ช่างเหอะ)
แต่รถไฟใต้ดินวิ่งเร้วนะ 10นาทีถึงศูนย์สิริกิตแล้ว
เดินเที่ยวในงานนะ หนังสือเยอะมาก แต่เราซื้อหนังสือเรียน
วิชาอังกริดกะสังคมแค่2เล่มก็อ้วกกแล้ว
เสียไปตั้ง400กว่า หนักก็หนักๆ เดินไปเรื่อยๆจนเกมนัดเจอกะเพื่อนของมัน
เป็นผู้หญิงละ ก็น่ารักดี แต่ตัวสูงนะแล้วไม่หมวยด้วย ไม่โดนใจเราเลย
สงสัยสเป๊กเกมมันแน่ๆ (เฮ้ยเพื่อนเกมไม่ใช่แฟน)

แล้วเจอน้องกันพาไปเยี่ยมพวกเพื่อนๆกรรมการนักเรียน
(แต่ตอนโทรไปหาแอม เสียงน้องกันอย่างกะเสียงพี่จินะ)
เดินผ่าฝูงคน แล้วก็ไปทานข้าว ระหว่างทาน เพื่อนเกมก็พูดออกมาว่า
ผู้หญิงที่นั่งข้างเกมเป็นพี่สาวเกมหรอ ตอนนั้นเราขำเลย
เรามาบอกเกมอีกที เกมหันบอกเพื่อนสาวมานเลยว่า แก่ (อิอิ)ซะงั้น
แล้วเราก็ลาเกมไปเรียนดนตรี แต่ดันจำสายกลับไม่ได้
มาขึ้นที่หัวลำโพงก็รอรถสายที่เกมบอก เราก็ท่องไว้
แต่มันไม่มาเลย เลยต้องโบกแท็กซี่ไป เสีย51 แต่จ่าย55บาท
ไปเรียนครูแฟรงบอกว่ามาสาย เมื่อกี้ก็โทรมาบอกแล้วนี้ว่าขอเรียน
รอบ3โมงนี่น้าวันนี้ แต่ก็ซ้อมปกติจน5โมงเย้น คุ้มๆ

ส่วนวันอาทิตย์นะ ก็ไปเป็นเพื่อนแม่เลือกตั้งที่รร.เบญจมราชาลัย
หิวมากๆ ตั้งแต่เช้าไม่ทานอะไรละ นอกจากเซี่ยงไฮ้1แท่ง
ไม่พอยาไส้หรอก เลยไปกินโออิชิแถวบ้าน กะจะทล่ม
แต่กลับปวดท้องอืด(ไม่เหมือนแป๊ะนะที่ท้องเสียแต่ไม่ปวดขี้)
แล้วก็เดินเล่นต่อจนเย็นมากๆ

คำคม
 
 ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน คนเรายังโตได้
หาฉะนั้นความรักจะหวานชื่นตลอด (เศร้างะ)
แต่ความดีต่างหากที่ทำไว้ไม่ศูนย์หายไป เพราะผลของมัน
เหมือนกับผลของมะม่วงที่มีเนื้อไว้ทานที่เปรียบดังคุณค่าของความดี
ที่ให้ประโยชน์ และเหลือเมล็ดไว้ เป็นหน่อของต้นมะม่วงต้นใหม่
ก็เปรียบดังเป็นตัวอย่าของการทำความดีแก่ผู้อื่นต่อไปนะ
 

 
ปัจฉิมลิขิต(ปล.)
 
ขอบคุณแอนนะที่ให้ข้อคิดมากมาย และปลอบใจเราให้เราไม่คิดมาก
ในเรื่องหัวใจนะ และขอบใจน้องแพรวอุตส่าห์นำชื่อเอ็มคนนั้นมาวิเคราะห์ให้พี่บอลชื่นใจนะอิอิ ไม่รุ้จะจริงดังที่แพรวบอกไหมนะจ้า
 
 
ขอบคุณครับ
ภาสวร สังข์ศร